📖 สรุปเนื้อหาแบบจัดเต็ม: การเคลื่อนที่แนวตรง (Linear Motion) 🚀
📌 1. ปริมาณพื้นฐานที่ต้องรู้ (เวกเตอร์ vs สเกลาร์)
- 📍 การกระจัด ($S$): เป็นปริมาณเวกเตอร์ (มีทิศทาง) วัดจากจุดเริ่มต้นไปยังจุดสุดท้ายเป็นเส้นตรงเสมอ (หน่วย: เมตร $m$)
* เทียบกับ ระยะทาง (Distance) ที่เป็นสเกลาร์ (ไม่มีทิศทาง) วัดตามแนวที่เคลื่อนที่จริง หากกลับมาที่เดิม การกระจัด=0 แต่ระยะทางไม่เท่ากับ 0
- 💨 ความเร็ว ($u, v$): เป็นปริมาณเวกเตอร์ อัตราการเปลี่ยนแปลงการกระจัด แบ่งเป็นความเร็วต้น ($u$) และความเร็วปลาย ($v$) (หน่วย: $m/s$)
* เทียบกับ อัตราเร็ว (Speed) ที่เป็นสเกลาร์ คิดจาก "ระยะทาง / เวลา" โดยไม่สนใจทิศทาง
- ⚡ ความเร่ง ($a$): เป็นปริมาณเวกเตอร์ หากมีทิศเดียวกับความเร็วต้น $a$ จะมีค่าบวก (ความเร่ง) แต่ถ้ามีทิศตรงข้าม $a$ จะมีค่าลบ (ความหน่วง) (หน่วย: $m/s^2$)
- ⏱ เวลา ($t$): เป็นปริมาณสเกลาร์ มีแต่ขนาด (เป็นบวกเสมอ) (หน่วย: วินาที $s$)
⚠️ กฎเหล็กของสมการสุวัจน์: ในสมการ ถ้าเราใช้ $S$ เป็น "การกระจัด" (เวกเตอร์) ตัวแปรอื่นๆ ในสมการ ($u, v, a$) จะต้องแทนค่าเป็นปริมาณเวกเตอร์ทั้งหมด โดยคิดเครื่องหมาย + หรือ - ตามทิศทางด้วย ยกเว้นเวลา ($t$) ที่เป็นสเกลาร์เสมอ!
📈 2. สมการการเคลื่อนที่แนวตรงด้วยความเร่งคงที่ (5 สมการสุวัต)
$v = u + at$
(ไม่มี $S$)
$S = \left(\frac{u+v}{2}\right)t$
(ไม่มี $a$)
$S = ut + \frac{1}{2}at^2$
(ไม่มี $v$)
$S = vt - \frac{1}{2}at^2$
(ไม่มี $u$)
$v^2 = u^2 + 2aS$
(ไม่มี $t$)
การเคลื่อนที่แนวตรงคือการเปลี่ยนตำแหน่งของวัตถุไปตามเส้นตรงสายเดียว เช่น รถไฟวิ่งบนรางตรง รถยนต์ที่เร่งความเร็วบนทางหลวง หรือแอปเปิลร่วงหล่นลงพื้นตรงๆ ซึ่งปริมาณทั้งหมดจะถูกอธิบายผ่านตัวแปร 5 ตัว ที่เรียกว่า "5 ตัวแปรสุวัจน์ (SUVAT)"
ตัวอย่างในชีวิตจริง: เวลาขับรถเข้าด่านเก็บเงิน เราต้องเหยียบเบรกเพื่อลดความเร็ว (ความเร่งติดลบ) รถถึงจะหยุดพอดี นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการเคลื่อนที่ภายใต้ความเร่งคงที่!
📚 2. เจาะลึก 5 ปริมาณพื้นฐาน (SUVAT)
- การกระจัด ($s$): ระยะห่างที่ลากเป็นเส้นตรงจากจุดเริ่มต้นไปจนถึงจุดสุดท้าย (มีทิศทาง)
⚠️ จุดหลอกข้อสอบ: ระวัง! "การกระจัด" ไม่เหมือนกับ "ระยะทาง" ถ้าวิ่งเป็นวงกลมแล้วกลับมาที่เดิม ระยะทางมีค่ามาก แต่การกระจัด = 0!
- ความเร็วต้น ($u$): ความเร็วของวัตถุตอนเริ่มสังเกต (t=0)
- ความเร็วปลาย ($v$): ความเร็วของวัตถุตอนสิ้นสุดการสังเกต ณ เวลา $t$
- ความเร่ง ($a$): อัตราที่ความเร็วเปลี่ยนไปใน 1 วินาที
⚠️ ข้อควรระวัง: ถ้า $a$ มีทิศเดียวกับ $u$ วัตถุจะวิ่ง "เร็วขึ้น" แต่ถ้า $a$ มีทิศตรงข้ามกับ $u$ (เช่น $u$ เป็นบวก, $a$ เป็นลบ) วัตถุจะวิ่ง "ช้าลง (ความหน่วง)" จนกระทั่งหยุดนิ่ง!
- เวลา ($t$): เวลาทั้งหมดที่ใช้ในการเคลื่อนที่ (เวลาเป็นปริมาณสเกลาร์ มีแต่ค่าบวกเสมอ)
📈 3. เทคนิคการเลือกใช้ 4 สมการการเคลื่อนที่ (SUVAT)
โจทย์มักจะบอกตัวแปรมาให้ 3 ตัว และให้หาตัวที่ 4 วิธีทำข้อสอบคือ "ให้ดูว่าโจทย์ไม่ได้บอกตัวแปรไหนมา" แล้วเลือกสูตรที่ไม่มีตัวแปรนั้น!
สูตรที่ 1: $v = u + at$
(ใช้เมื่อโจทย์ ไม่พูดถึง $s$ เลย)
สูตรที่ 2: $s = ut + \frac{1}{2}at^2$
(ใช้เมื่อโจทย์ ไม่พูดถึง $v$ หรือความเร็วตอนจบ)
สูตรที่ 3: $v^2 = u^2 + 2as$
(ใช้เมื่อโจทย์ ไม่พูดถึง $t$ เลย! เช่น รถเบรกจนหยุดในระยะ 10 เมตร)
สูตรที่ 4: $s = \left(\frac{u+v}{2}\right)t$
(ใช้เมื่อโจทย์ ไม่มีความเร่ง $a$ หรือความเร่งคงที่เป็น 0)
💡 ตัวอย่างโจทย์: ขับรถด้วยความเร็ว 20 m/s เห็นสิ่งกีดขวางจึงเหยียบเบรก ทำให้เกิดความหน่วง 4 $m/s^2$ รถจะไถลไปไกลแค่ไหนก่อนหยุดสนิท?
วิธีคิด: $u = 20$, $a = -4$ (หน่วง), หยุดสนิทแปลว่า $v = 0$ ให้หา $s$ สังเกตว่าโจทย์ไม่พูดถึง $t$ เลย! จึงต้องใช้สูตร $v^2 = u^2 + 2as$ แทนค่า $0 = 20^2 + 2(-4)s$ จะได้ $s = 50$ เมตร
📖 สรุปเนื้อหาแบบจัดเต็ม: การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ (Projectile) 🎯
📌 1. โพรเจกไทล์คืออะไร?
การเคลื่อนที่วิถีโค้งพาราโบลาภายใต้แรงโน้มถ่วงของโลกเพียงแรงเดียว โดยมีความพิเศษคือเป็นการเคลื่อนที่แบบ 2 มิติ (แกน X และแกน Y) ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กันและใช้ เวลา ($t$) ร่วมกัน
↔️ 2.1 แกน X (แนวนอน)
ความเร่งเป็นศูนย์ ($a_x = 0$) ทำให้ความเร็วในแนวราบมีค่าคงที่เสมอ!
- $v_x = u_x = u\cos\theta$
- สมการเดียวที่ใช้: $S_x = u_x t$
↕️ 2.2 แกน Y (แนวดิ่ง)
ถูกดึงดูดโดยโลกตลอดเวลา ทำให้มีความเร่งคงที่ ($a_y = -g$) เป็นการตกอิสระ
- $u_y = u\sin\theta$
- $v_y = u_y - gt$
- $S_y = u_y t - \frac{1}{2}gt^2$
- $v_y^2 = u_y^2 - 2gS_y$
💡
สูตรลัดน่ารู้ (เมื่อยิงจากพื้นตกถึงพื้น)
ระยะตกไกลสุด: $S_x = \frac{u^2\sin(2\theta)}{g}$
ระยะขึ้นสูงสุด: $S_y = \frac{u^2\sin^2\theta}{2g}$
เวลาที่ลอยในอากาศ: $t = \frac{2u\sin\theta}{g}$
📌 1. โพรเจกไทล์คืออะไร? ทำไมต้องคิด 2 แกน?
เมื่อเราปาหินขึ้นไปในอากาศเฉียงๆ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ หินจะพุ่งไปข้างหน้า (แกน X) และลอยขึ้นแล้วตกลงมา (แกน Y) พร้อมๆ กัน นี่คือการเคลื่อนที่ 2 มิติที่ เป็นอิสระต่อกันโดยสิ้นเชิง! การคำนวณโพรเจกไทล์จึงต้องแยกคิดซ้ายขวา (X) และ บนล่าง (Y) ออกจากกันเหมือนเป็นคนละเรื่อง
📚 2. กฎเหล็กของแกน X และ แกน Y (หัวใจสำคัญ!)
- แกน X (แนวราบ): ไม่มีใครไปผลักหรือดึงมันในแนวนอน (ไม่คิดแรงต้านอากาศ) ดังนั้นความเร่ง $a_x = 0$ เสมอ! ความเร็วในแนวราบ $v_x$ จึง "คงที่ตลอดกาล" สมการแกน X มีแค่สูตรเดียวคือ $S_x = u_x \cdot t$
- แกน Y (แนวดิ่ง): โลกดึงดูดวัตถุลงมาเสมอด้วยความเร่ง $g$ ($a_y = 9.8$ หรือ $10$) ทำให้วัตถุช้าลงตอนลอยขึ้น และเร็วขึ้นตอนตกลงมา ดังนั้นแกน Y ต้องใช้ 4 สมการสุวัจน์ (SUVAT) ในการคำนวณ
- จุดเชื่อมใจ: แกน X และ Y เกิดขึ้นพร้อมกัน ดังนั้น เวลา ($t$) จะเท่ากันเสมอ! เรามักจะหา $t$ จากแกนหนึ่ง เพื่อเอาไปแทนค่าในอีกแกนหนึ่ง
📐 3. การแตกเวกเตอร์ และข้อควรระวัง
ก่อนเริ่มคำนวณทุกครั้ง ต้องแตกความเร็วต้น ($u$) ออกเป็น 2 แกนเสมอ (ถ้ายิงทำมุม $\theta$ กับพื้น):
$u_x = u \cos\theta$ (พุ่งไปข้างหน้า)
$u_y = u \sin\theta$ (พุ่งขึ้นฟ้า)
⚠️ จุดหลอกข้อสอบ: ระวัง! ณ "จุดสูงสุด" ของวิถีโค้ง ความเร็วไม่ได้เป็นศูนย์ทั้งหมด! สิ่งที่เป็นศูนย์คือความเร็วแนวดิ่ง ($v_y = 0$) แต่วัตถุยังคงมีความเร็วแนวราบ ($v_x$) พุ่งไปข้างหน้าอยู่เสมอ!
⚡ 4. สูตรลัด (ใช้ได้เฉพาะ "ขึ้นจากพื้น ตกถึงพื้น" ระดับเดียวกันเท่านั้น!)
ถ้าโจทย์เป็นการเตะลูกบอลจากพื้นดินไปตกที่พื้นดินระดับเดียวกัน เราสามารถรวบสูตรเพื่อหาคำตอบได้เร็วขึ้น:
ระยะตกไกลสุดแนวนอน ($S_x$): $\frac{u^2 \sin(2\theta)}{g}$
ระยะขึ้นสูงสุดแนวดิ่ง ($S_{y,\text{max}}$): $\frac{u^2 \sin^2\theta}{2g}$
เวลาลอยในอากาศทั้งหมด ($t$): $\frac{2u \sin\theta}{g}$
💡 ข้อควรรู้ทำคะแนน: หากต้องการเตะฟุตบอลให้ตกไกลที่สุด ต้องเตะทำมุม 45 องศา (เพราะ $\sin(2\times45^\circ) = \sin(90^\circ) = 1$ ซึ่งเป็นค่า $\sin$ ที่มากที่สุด!)
📖 สรุปเนื้อหาแบบจัดเต็ม: การเคลื่อนที่แบบวงกลม (Circular Motion) 🔄
📌 1. วงกลมคืออะไร?
การเคลื่อนที่ที่มีระยะห่างจากจุดศูนย์กลางหรือ รัศมี ($r$) คงที่เสมอ ถึงแม้จะมีอัตราเร็ว ($v$) คงที่ แต่ทิศทางของความเร็วเปลี่ยนไปตลอดเวลา (ชี้ไปตามแนวเส้นสัมผัสวงกลม) การเปลี่ยนทิศทางนี้ทำให้เกิด ความเร่งเข้าสู่จุดศูนย์กลาง ($a_c$) เสมอ
📈 2. ปริมาณที่สำคัญและสมการ
- คาบ ($T$): เวลาในการหมุนครบ 1 รอบ ($s$)
- ความถี่ ($f$): จำนวนรอบใน 1 วินาที ($Hz$) ซึ่ง $f = \frac{1}{T}$
- ความเร็วเชิงมุม ($\omega$): มุมเฟสที่กวาดไปใน 1 วินาที ($\omega = \frac{2\pi}{T} = 2\pi f$)
- ความเร็วเชิงเส้น ($v$): ความเร็วตามแนวเส้นสัมผัส ($v = \omega r$)
- ความเร่งสู่ศูนย์กลาง ($a_c$): $a_c = \frac{v^2}{r} = \omega^2 r$
- แรงสู่ศูนย์กลาง ($F_c$): $F_c = m\frac{v^2}{r} = m\omega^2 r$
📌 1. แก่นแท้ของวงกลม และ "ความเร่งเข้าสู่ศูนย์กลาง"
ตามกฎนิวตัน วัตถุที่ไม่มีแรงมากระทำจะต้องวิ่งเป็นเส้นตรงเสมอ! การที่วัตถุจะโค้งเป็นวงกลมได้ แปลว่าต้องมี "แรง" คอยกระชากมันให้เลี้ยวตลอดเวลา แรงนี้เรียกว่า แรงสู่ศูนย์กลาง ($F_c$)
⚠️ จุดหลอกข้อสอบ 1: แรงสู่ศูนย์กลาง ไม่ใช่แรงชนิดใหม่! แต่มันคือแรงธรรมดาๆ ที่ทำหน้าที่ดึงเข้าศูนย์กลาง เช่น เวลาเลี้ยวรถบนถนน แรงเสียดทานนั่นแหละคือ $F_c$! หรือเวลาเหวี่ยงลูกตุ้ม แรงตึงเชือก ($T$) ก็คือ $F_c$!
⚠️ จุดหลอกข้อสอบ 2: แม้ว่าขับรถวนเป็นวงกลมด้วย "อัตราเร็ว (v)" คงที่ เช่น 20 km/h ตลอดทาง แต่วัตถุก็มีความเร่ง! เพราะทิศทางมันเปลี่ยนตลอดเวลา ความเร่งนี้เรียกว่า ความเร่งสู่ศูนย์กลาง ($a_c$)
📚 2. ปริมาณใหม่ที่ต้องรู้จัก: เชิงมุม vs เชิงเส้น
- ความเร็วเชิงเส้น ($v$): คือระยะทางบนเส้นรอบวงที่วิ่งได้ใน 1 วินาที (หน่วย m/s) เช่น วิ่งรอบสนาม 400 เมตร ใช้เวลา 40 วินาที ก็จะมี $v$ = 10 m/s
- ความเร็วเชิงมุม ($\omega$): คือ "มุม" ที่กวาดไปได้ใน 1 วินาที (หน่วย เรเดียน/วินาที) 1 รอบวงกลมคือ $2\pi$ เรเดียน
สมการแปลงร่างระหว่างเชิงเส้นกับเชิงมุมคือ: $v = \omega r$ (จำง่ายๆ ว่า เชิงเส้น = เชิงมุม $\times$ รัศมี)
🔗 3. สมการแรงและความเร่ง
กฎข้อที่ 2 ของนิวตัน $F = ma$ เมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับวงกลม จะได้:
ความเร่งสู่ศูนย์กลาง: $a_c = \frac{v^2}{r} = \omega^2 r$
แรงสู่ศูนย์กลาง: $F_c = m \frac{v^2}{r} = m \omega^2 r$
💡 ตัวอย่างโจทย์ (รถแหกโค้ง): รถยนต์มวล 1000 kg เลี้ยวโค้งรัศมี 50 m ด้วยความเร็ว 20 m/s แรงเสียดทานที่ต้องใช้เพื่อไม่ให้รถหลุดโค้งคือเท่าไหร่?
วิธีคิด: แรงเสียดทานทำหน้าที่เป็น $F_c$ ดังนั้น $f = m \frac{v^2}{r} = 1000 \times \frac{20^2}{50} = 8000$ นิวตัน! ถ้ายางรถรับแรง 8000 N ไม่ไหว รถก็จะแหกโค้งทันที!
📖 สรุปเนื้อหาแบบจัดเต็ม: ซิมเปิลฮาร์มอนิก (SHM) 🌊
📌 1. SHM คืออะไร?
การเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย (Simple Harmonic Motion) คือ การเคลื่อนที่กลับไปกลับมาซ้ำรอยเดิมผ่าน "จุดสมดุล" โดยมี แอมพลิจูด ($A$) และ คาบ ($T$) คงที่เสมอ
จุดเด่นที่สุดของ SHM คือ จะต้องมี แรงดึงกลับ (Restoring Force) ที่พยายามดึงวัตถุกลับมาหาจุดสมดุลเสมอ โดยแรงนี้จะแปรผันตรงกับระยะกระจัด แต่มีทิศตรงข้ามกัน ($F \\propto -x$)
🧮 2. ปริมาณพื้นฐานที่ต้องรู้
- 📍 การกระจัด ($x$ หรือ $\theta$): ระยะห่างจากจุดสมดุลไปยังตำแหน่งที่วัตถุอยู่
- 📏 แอมพลิจูด ($A$ หรือ $\theta_0$): การกระจัดสูงสุด (ระยะที่วัตถุไปได้ไกลสุดจากจุดสมดุล)
- ⏱ คาบ ($T$): เวลาที่ใช้ในการเคลื่อนที่ครบ 1 รอบพอดี (หน่วย: วินาที)
- 〰️ ความถี่ ($f$): จำนวนรอบที่เคลื่อนที่ได้ใน 1 วินาที (หน่วย: เฮิรตซ์ Hz) สูตร: $f = 1/T$
- 🌀 ความถี่เชิงมุม ($\omega$): อัตราการกวาดมุมเฟสใน 1 วินาที (หน่วย: rad/s) สูตร: $\omega = 2\pi f = \frac{2\pi}{T}$
📈 3. สมการการเคลื่อนที่ (Sine vs Cosine)
สมการที่เราใช้จะเปลี่ยนไปตาม "จุดเริ่มต้น (Initial Phase)" ของการสังเกต:
👉 เริ่มจับเวลาที่ "จุดริมสุด" ($x = A$)
การกระจัด: $x = A \cos(\omega t)$
ความเร็ว: $v = -A\omega \sin(\omega t)$
ความเร่ง: $a = -A\omega^2 \cos(\omega t)$
👉 เริ่มจับเวลาที่ "จุดสมดุล" ($x = 0$)
การกระจัด: $x = A \sin(\omega t)$
ความเร็ว: $v = A\omega \cos(\omega t)$
ความเร่ง: $a = -A\omega^2 \sin(\omega t)$
💡
สูตรเด็ดที่ลิงก์ความเร่งกับการกระจัดเสมอ: $a = -\omega^2 x$ (เครื่องหมายลบแปลว่าความเร่งชี้สวนทางกับการกระจัดเสมอ!)
📗 4.1 ระบบมวลติดสปริง
แรงดึงกลับมาจากแรงสปริงตามกฎของฮุก: $F = -kx$
$\omega = \sqrt{\frac{k}{m}}$
$T = 2\pi\sqrt{\frac{m}{k}}$
$f = \frac{1}{2\pi}\sqrt{\frac{k}{m}}$
จุดสังเกต: คาบ ($T$) ขึ้นอยู่กับมวล ($m$) เท่านั้น สปริงยิ่งแข็ง ($k$ มาก) ยิ่งสั่นเร็ว ($T$ น้อย)
🕰 4.2 ลูกตุ้มอย่างง่าย
แรงดึงกลับมาจากแรงโน้มถ่วง: $F = -mg \sin(\theta)$
$\omega = \sqrt{\frac{g}{L}}$
$T = 2\pi\sqrt{\frac{L}{g}}$
$f = \frac{1}{2\pi}\sqrt{\frac{g}{L}}$
จุดสังเกต: คาบ ($T$) ขึ้นอยู่กับความยาวเชือก ($L$) เท่านั้น 🚨 มวล ($m$) ไม่มีผลต่อการแกว่งเลย!
⚖️ 5. เปรียบเทียบตำแหน่งสำคัญ
| ตำแหน่ง |
การกระจัด ($x$) |
ความเร็ว ($v$) |
ความเร่ง ($a$) และ แรง ($F$) |
| จุดสมดุล (ตรงกลาง) |
เป็นศูนย์ ($x = 0$) |
สูงสุด ($v_{max} = \pm\omega A$) |
เป็นศูนย์ ($a = 0, F = 0$) |
| จุดวกกลับ (ริมสุด) |
สูงสุด ($x = \pm A$) |
เป็นศูนย์ ($v = 0$) วัตถุหยุดชะงัก |
สูงสุด ($a_{max} = \mp\omega^2 A$) |
📌 1. SHM คืออะไร? คอนเซปต์ของแรงดึงกลับ
การสั่นแบบซิมเปิลฮาร์มอนิก (SHM) คือการสั่นกลับไปกลับมาซ้ำรอยเดิม ผ่าน "จุดสมดุล (Equilibrium)" โดยมีลักษณะพิเศษคือ ยิ่งวัตถุอยู่ห่างจากจุดสมดุลมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมี "แรงดึงกลับ (Restoring Force)" มากขึ้นเท่านั้น เพื่อพยายามดึงมันกลับมาที่เดิม!
📚 2. ความเร็ว และ ความเร่ง ที่ตำแหน่งต่างๆ (ข้อสอบออกบ่อยมาก!)
ข้อสอบมักจะถามว่าตรงไหนเร็วสุด ตรงไหนความเร่งเป็นศูนย์ ให้นึกภาพลูกตุ้มนาฬิกาแกว่งไปมา:
- ณ จุดสมดุล (ตรงกลาง): วัตถุจะพุ่งผ่านตรงกลางด้วยความเร็ว "สูงสุด!" ($v_{max} = \omega A$) แต่เนื่องจากไม่มีใครดึงมันแล้วตรงนี้ ความเร่งจึงเป็น "ศูนย์" ($a = 0$)
- ณ จุดวกกลับ (ริมสุดสองฝั่ง): วัตถุต้องชะงักหยุดชั่วครู่เพื่อเตรียมถอยกลับ ดังนั้นความเร็วเป็น "ศูนย์" ($v = 0$) แต่ตรงจุดนี้สปริงหรือเชือกจะตึงสุดและดึงกลับแรงสุด ความเร่งจึง "สูงสุด!" ($a_{max} = \omega^2 A$)
⚙️ 3. ระบบที่ข้อสอบชอบออก: มวลติดสปริง & ลูกตุ้ม
ทั้ง 2 ระบบนี้มีสูตรหาความถี่เชิงมุม ($\omega$) และคาบเวลา ($T$) ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จำให้แม่น!
3.1 มวลติดสปริง (Spring-Mass System)
คาบเวลาของการสั่น ขึ้นอยู่กับ มวล (m) และ ความแข็งของสปริง (k) แต่ไม่ขึ้นกับแรงโน้มถ่วง!
$\omega = \sqrt{\frac{k}{m}}$
คาบ $T = 2\pi\sqrt{\frac{m}{k}}$
3.2 ลูกตุ้มอย่างง่าย (Simple Pendulum)
คาบเวลาของการแกว่ง ขึ้นอยู่กับ ความยาวเชือก (L) และ แรงโน้มถ่วง (g)
⚠️ จุดหลอกยอดฮิต: คาบของลูกตุ้ม ไม่ขึ้นอยู่กับมวล (m) เลย!!! ไม่ว่าจะเอาช้างหรือมดไปผูกปลายเชือก ถ้าเชือกยาวเท่ากัน มันจะแกว่งครบรอบพร้อมกันเป๊ะ!
$\omega = \sqrt{\frac{g}{L}}$
คาบ $T = 2\pi\sqrt{\frac{L}{g}}$